ม้าเฉียว : อัศวินผู้อาภัพ

09680_2007061110[1]

สำหรับผู้ที่ชอบอ่านสามก๊ก ม้าเฉียวแห่งเสเหลียง คือชื่อหนึ่งที่มิอาจมองข้ามไปได้

อันด้วยว่า ชีวิตของม้าเฉียวนั้น ช่างโลดโผนควรแก่การตรึกตรองมิใช่น้อย

เช่นไรนะหรือ?

ม้าเฉียวเป็นลูกคนโตของม้าเท้งเจ้าเมืองเสเหลียง มีนิสัยกล้าหาญ องอาจ

ว่ากันว่าในเสเหลียง ม้าเฉียว คือยอดฝีมือที่ไม่มีใครกล้าต่อกร

จากความสามารถในการบังคับม้าอย่างยอดเยี่ยม บวกกับเพลงทวนว่องไว ทำให้ม้าเฉียวยามอยู่บนหลังม้านั้น เรียกได้ว่าไร้เทียมทาน

ม้าเฉียวมีชื่อเสียงจากการสัปประยุทธ์ครั้งแรก ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี เท่านั้น!!!

ตอนนั้นม้าเท้งกรีฑาทัพเพื่อช่วยพระเจ้าเหี้ยนเต้จากน้ำมือของทรราชย์ลิฉุยและกุยกี

ลิบ้องและอ่องหอง แม่ทัพของลิฉุย อาสาออกรบตัดหัวม้าเท้ง โดยเอาหัวตัวเองเป็นประกัน

ไม่เก่งจริง ไม่แน่ใจว่าจะชนะ จะกล้าทำทัณฑ์บนหรือ

ม้าเท้งเอง เมื่อเห็นลิบ้องและอ่องหองก็ยังไม่กล้าประมาท จึงตะโกนถามทหารว่า มีใครอาสาจะสู้กับลิบ้องและอ่องหองบ้าง

จุดประสงค์ของม้าเท้งคือ อยากลองหยั่งเชิงดูเฉยๆ ว่าลิบ้องกับอ่องหองจะเก่งซักแค่ไหน

ในใจม้าเท้ง เลือกคนไว้แล้ว คนผู้นั้นคือบังเต๊ก แม่ทัพอันดับหนึ่งของเสเหลียงในตอนนั้น

ก่อนที่บังเต๊กจะพยักหน้า มิคาด กลับมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ควบม้าทะยานออกไปหาข้าศึก

ม้าเท้งแทบไม่เชื่อสายตา นั่นมันม้าเฉียว บุตรชายคนโตของตัวเอง คิดได้แค่นั้นเหงื่อก็ไหลเป็นทาง แต่ก็ช้าไป ม้าเฉียวออกไปที่สมรภูมิแล้ว

ตรงกันข้ามกับม้าเท้ง อ่องหองเห็นผู้ที่ออกมาท้าสู้เป็นเด็ก ก็หัวเราะลั่น ว่าแล้วก็กระชากง้าวขึ้นม้า ออกไปรบกับม้าเฉียว

แน่นอน หากชนะได้ ขวัญทหารของศัตรูย่อมเสียไป แถมคู่ต่อสู้เป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบเจ็ด ศึกนี้ยังไงก็กินหมู

อ่องหองมารู้ตัวว่าพลาด เมื่อง้าวของมันสัมผัสกับทวนของเด็กม้าเฉียว

น่าเสียดายที่ไม่ีโอกาสแก้ตัว เพียงห้าเพลงทวน อ่องหองก็ถูกเด็กอายุสิบเจ็ดแทงตกม้าตาย

ลิบ้องแทบไม่เชื่อสายตาว่าเพื่อนรักจะต้องมีจุดจบแบบนี้ ก่อนที่ทหารจะขวัญเสีย จะต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้ได้ เมื่อคิดดังนั้นจึงควบม้าจะออกไปสู้กับม้าเฉียว

ฝ่ายม้าเฉียวกำลังหันหลังจะกลับเข้าค่าย มองด้วยหางตาเห็นลิบ้อง แต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นโดยการควบม้ากลับเข้าค่ายช้าๆ

ม้าเท้งนั้นร้อนใจยิ่งนักเมื่อเห็นลิบ้องกำลังควบม้าเข้ามาจะฟันม้าเฉียว จึงตะโกนร้องสุดชีวิตบอกให้ม้าเฉียวระวัง

ลิบ้องคิดว่าม้าเฉียวต้องตายในดาบเดียวแน่ๆ จึงรีบขับม้าเข้าประชิด หวังฟันขาดสะพายแร่ง

ลิบ้องนั่้นหารู้ไม่ว่า ยามม้าเฉียวอยู่บนหลังม้า แม้เป็นลิโป้สู้ก็ตามที ก็อาจจะตึงมืออยู่มิใช่น้อย

ก่อนที่ง้าวลิบ้องจะถูกม้าเฉียว ม้าเฉียวกลับบังคับม้าอย่างเหนือชั้น โดยการหันม้ากลับอย่างรวดเร็วพร้อมคว้าเอาตัวลิบ้องกลับค่ายมาด้วย

ทหารของลิบ้องและอ่องหองต่างพากันเงียบ ไม่คิดว่าแม่ทัพใหญ่จะถูกจับง่ายขนาดนี้ ทหารของม้าเท้งได้ทีเลยไล่ฆ่าฟันทหารฝ่ายลิบ้องล้มตายเป็นอันมาก

นี่คือวีรกรรมครั้งแรกที่ทำให้ชื่อม้าเฉียว เริ่มเป็นที่รู้จักกันทั่วไป

ต่อมาเมื่อโจโฉลวงม้าเท้งไปฆ่า ม้าเฉียวให้แค้นใจยิ่งนัก จึงประกาศไม่ขออยู่ร่วมโลกกับโจโฉ

ศึกแรกกับโจโฉ ม้าเฉียวไล่ตีขอทัพของจงฮิวและโจหองจนแตกพ่าย ทั้งจงฮิวและโจหองหนีกลับในสภาพปางตายทั้งคู่

โจโฉเห็นดังนั้นจึงยกทัพใหญ่มาเอง หวังประหารม้าเฉียวให้ตายตามม้าเท้งไป

มิคาด! ศึกนี้จะเป็นศึกที่โจโฉต้องจำไปจนตาย

storyep48[1]

เป็นครั้งแรกที่โจโฉถูกไล่ต้อนจนมุมขนาดนี้ ถึงกับต้องตัดหนวดตัดเครา ถอดเสื้อผ้าทิ้ง เพื่อหนีม้าเฉียว

ครั้งที่สอง โจโฉเกือบตายอีกครั้ง ดีที่มีเคาทูเสี่ยงตายมาช่วย เลยรอดไปได้

ครั้งที่สาม เป็นครั้งที่ทำให้ชื่อของม้าเฉียวนั้นขจรขจายไปทั่วแผ่นดิน ด้วยการดวลตัวต่อตัวกับเคาทู แม่ทัพที่เก่งที่สุดของวุยก๊ก

รบกันร้อยกว่าเพลง แต่ก็ยังไม่รู้แพ้ชนะ เปลี่ยนม้ามารบกันก็ยังไม่รู้ผล สู้กันจนทวนหักทั้งคู๋ แล้วก็เอาทวนนั้นมาตีกันต่ออีก ก็ยังไม่รู้ผลอีก จนโจโฉต้องเรียกเคาทูกลับ เพราะสู้กันไปก็เสียเวลา

y1pgZeDfAb2nkHEO9ff_CJEDeEOg_E8xgJvyoBpkfcDLzDMHS-V9jCFGz5hM1Y0sTK_rUtl5XUluv0[1]

การรบอันดุเดือด ความกล้าหาญที่กล้าดวลกับจอมพลังอันดับหนึ่งแห่งภาคเหนืออย่างเคาทู ทำให้โจโฉถึงกับเอ่ยปากว่า ในอนาคตเด็กคนนี้ต้องเป็นลิโป้คนที่สองแน่

การรบครั้งสุดท้ายของม้าเฉียว ดุเดือดไม่แพ้ครั้งก่อน เนื่องจากคู่ต่อสู้คือ เตียวหุย น้องสามของเล่าปี่และกวนอู

เตียวหุยนั้น เคยตวาดคนตกม้าตายมาแล้ว เป็นคนที่โจโฉกลัวหัวหด ฝีมือพอๆกับกวนอู

Zhang%20Fei%20%20%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B8%A2[1]

ม้าเฉียวรบกับเตียวหุยอยู่สามวัน ก็ยังไม่ชนะไม่แพ้ จนขงเบ้งออกอุบายให้ม้าเฉียวมาเป็นพวก 5ทหารเสือของจ๊กก๊กจึงกำเนิดขึ้น

การรบครั้งสุดท้ายของม้าเฉียว เป็นการชนะโดยไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ขี่ม้าประชิดเมือง เล่าเจี้ยงก็ยอมแพ้ ทำให้เล่าปี่ได้เสฉวนตั้งแต่นั้นมา

จากที่บรรยายมาทั้งหมด คงจะพอนึกออกถึงความเก่งกล้าและอาจหาญของม้าเฉียว

แต่ทว่า….

หลังจากนั้นชื่อของม้าเฉียวได้หายออกมาจากสามก๊ก มาปรากฎอีกทีก็ตอนที่ขงเบ้งรู้ว่าม้าเฉียวป่วยตาย

ทำไม???

ม้าเฉียวยังหนุ่มยังแน่น กำลังเข้าวัยฉกรรจ์ อีกทั้งเป็นนักรบ จะมาป่วยตายง่ายๆได้อย่างไร

ย่อมเป็นเช่นนั้น แต่หากม้าเฉียวไม่ป่วยกาย ยังมีสิ่งใดให้ป่วยอีกเล่า

หรือม้าเฉียวป่วยใจ???

เป็นประเด็นที่น่าคิดมิใช่น้อย อย่างไรนะหรือ โปรดอ่าน

ม้าเฉียวนั้นแค้นโจโฉถึงขนาด ที่มาอยู่กับเล่าปี่ก็เพราะต้องการฆ่าโจโฉ แต่…

ม้าเฉียวก็ไม่เคยได้รับมอบหมายให้ออกรบอีกเลย ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ม้าเฉียวตรอมใจตาย

เราลองนึกถึงสภาพจิตใจม้าเฉียวตอนนั้นดีหรือไม่

เราเองเป็นบุตรของเจ้าเมือง เกิดมาในตระกูลขุนนาง เคยครองเมืองขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้แม้เมืองตัวเองก็ยังไม่มี ได้แต่อาศัยคนอื่นอยู่ร่ำไป อนึ่ง แค้นฆ่าพ่อ ฆ่าลูกเมีย ก็ยังมิได้ชำระสะสาง หากตายไป จะมีหน้าไปพบม้าเท้งและลูกเมียอย่างไร แต่หากไม่ตาย จะมองหน้าเหล่าทหารและชาวเสเหลียงได้อย่างไรกัน

ข้าพเจ้าคิดว่า ความกลัดกลุ้มนี้เอง ทำให้ม้าเฉียวตรอมใจตาย

……….ช่างน่าสะเทือนใจยิ่งนัก………..

อัศวินผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เคยได้รับการขนานนามว่าเป็นลิโป้คนที่สอง ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนพลห้าทหารเสือผู้โด่งดัง กลับมีจุดจบเช่นนี้

ชีวิตของม้าเฉียวเป็นบทเรียนอย่างดีสำหรับผู้ที่เลือกองค์กรผิด

แม้คุณจะมีความสามารถ แต่หากไปอยู่ในที่ที่คุณไม่สามารถแสดงความสามารถได้ คุณก็ไม่ต่างอะไรกับทหารเลวคนหนึ่ง.

เล่าปี่เป็นแค่คนปากหวาน ฉะนั้น เวลาดูคน อย่าดูที่คำพูด ให้ดูที่การกระทำ

คนที่บอกว่าจะสนับสนุนคุณ จะช่วยเหลือคุณ ถ้าเป็นความจริง จะต้องมีอะไรให้คุณรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มทำให้คุณแล้ว

กลับกัน บางคนจะพูดจาน่าเชื่อถือ บอกจะให้นู่นให้นี่ จะทำนู่นทำนี่ แต่ถ้าไม่มีอะไรที่เห็นเป็นรูปธรรมเลย อย่าไปเชื่อครับ

ปากคนเวลาพูดมันพูดได้ อย่างทีแรก เล่าปี่ก็บอกม้าเฉียวว่าจะดูแลอย่างดี จะช่วยแก้แค้นให้ม้าเท้ง มันก็แหงครับ เขากำลังอยากได้ประโยชน์จากเรา มันก็ต้องพูดให้ดูดีทุกคนแหละ

ดังนั้นจำไว้ครับ เวลาเลือกผู้นำ เลือกองค์กร ให้ดูดีๆ

ผมไม่อยากให้ใครเป็นแบบม้าเฉียวอีก

About these ads

14 ตอบกลับที่ ม้าเฉียว : อัศวินผู้อาภัพ

  1. สาวกพี่ม้าเฉียว พูดว่า:

    ขอบคุณอย่างมากที่เอ่ยถึงพี่ม้าเฉียวอีกครั้ง เขาคือขุนพลที่เก่งที่สุดในใจผมและผมชื่นชมเขามากเลยครับ และขอบคุณอีกครั้งครับที่ยังไม่ลืมคนที่ชื่อ”ม้าเฉียว”ครับ

  2. เคือง พูดว่า:

    ถ้ามันฆ่าโจโฉง่ายปานนั้นเล่าปี่คงครองใต้หล้าไปนานแล้วหละ
    โจโฉมันคงไม่ตายเองหรอกแย่งชิงกันมากี่ปีสุดท้ายก็แก่ตายกันหมด

  3. Kantasit Laphjaroenkul พูดว่า:

    ผมไม่เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้ครับ
    ที่ม้าเฉียวตายนั้นเป็นเพราะว่าตรากตรำกับศึกสงครามมากเกินไป
    ในสามก๊กฉบับญี่ปุ่นกล่าวไว้ว่าม้าเฉียวนั้นถึงแก่กรรมหลังจากกลับมาจากการติดตามขงเบ้งไปปราบเบ้งเฮ็กซึ่งเป็นหัวหน้ากบฏของชนเผ่าม่านต่างหาก
    ซึ่งต้องเดินทางไกลไปยังดินแดนที่ภูมิอากาศแตกต่างจากเมืองจีนมาก ถ้าอ่านให้ละเอียดจะทราบว่าเวลานั้นม้าเฉียวเองก็เข้าสู่วัยกลางคนแล้ว

    อีกประการหนึ่งเล่าปี่ไม่ได้เป็นคนดีแต่ปากแบบนั้น สังเกตว่าทั้งขงเบ้งและบังทองมาทำงานให้กับเล่าปี่ด้วยความสมัครใจ ซึ่งทั้งสองคนนี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีปํญญาที่สุดไม่มีใครเทียบ และแน่นอนว่า “หงส์บังทองกับมังกรขงเบ้ง”นั้นคงไม่เลือกนายผิดคน

    น่าเสียดายที่บังทองนั้นเสียชีวิตในการรบที่เนินลกห้องโห แต่ขงเบ้งนี่สิก่อนเล่าปี่ฮ่องเต้จะสิ้นพระชนม์ได้บอกว่าให้ขงเบ้งสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ของจกต่อไป แต่ขงเบ้งก็ไม่ได้ทำ กลับยกลูกของเล่าปี่เป็นแทนแล้วตนดำรงตำแหน่ง”ไจเสี่ยง(มหาอุปราช)”ไปตลอดชีวิต เห็นไหมครับว่าขงเบ้งจริงใจกับเล่าปี่ขนาดไหน

    สังเกตไหมครับว่าทำไมจกก๊กจึงหาเมืองของตนเองได้ช้ากว่าง่อก๊กและวุยก๊ก
    นั่นเป็นเพราะว่าเล่าปี่ยืนยันไม่ยอมที่จะเข้าไปครองเมืองของคนที่มีแซ่เดียวกัน(เกงจิ๋วของเล่าเปียว และฮันต๋งของเล่าเจี้ยง)

    เล่าเปียวนั้นก่อนจะตายเรียกเล่าปี่ไปพบ(ตอนนั้นเล่าปี่ยังไม่ได้เป็นฮ่องเต้ของจกก๊ก)ขอให้ครองเมืองต่อ เล่าปี่ยืนกรานเด็ดขาดว่าไม่ เพราะเล่าเปียวมีลูกสองคนคือเล่ากี๋และเล่าจ๋อง เล่าเปียวจึงขอให้เล่าปี่คอยช่วยสนับสนุนเล่ากี๋ในวันข้างหน้า

    แล้วเล่าปี่ได้ครองเกงจิ๋วได้ไง

    ขอกล่าวก่อนว่าเล่าเปี่ยวมีภรรยาสองคนคนแรกคือแม่ของเล่ากี๋ คนที่สองคือแม่ของเล่าจ๋อง หลังจากแม่ของเล่ากี๋ถึงแก่กรรม แม่ของเล่าจ๋องก็วางแผนฆ่าเล่ากี๋มาโดยตลอดจนเล่ากี๋ต้องลี้ภัยไปอยู่ที่เมืองหน้าด่านของเกงจิ๋วแทน

    หลังจากเล่าเปียวตาย แม่ของเล่าจ๋องไปขอให้พี่ชายของตนคือชัวมอให้ปลอมพินัยกรรม มอบเมืองให้เล่าจ๋องครอง หลังจากนั้นพอโจโฉยกทัพมาตีเกงจิ๋ว ชัวมอและพรรคพวกก็เสนอให้ยอมจำนนเพราะคิดว่าสู้ทัพโจโฉไม่ได้
    (ช่วงที่โจโฉยกทัพมานั้นเล่าปี่ไม่ได้อยู่ในเกงจิ๋วแต่ไปตั้งดูแลเมืองหน้าด่านของเกงจิ๋ว)

    พอโจโฉเข้ามาในเมืองก็สั่งให้เล่าจ๋องและแม่ของเล่าจ๋องเดินทางไปอยู่เมืองอื่น โดยสัญญาว่าพอเล่าจ๋องโตขึ้นจะให้กลับมาครองเกงจิ๋ว แต่กลับส่งคนไปลอบสังหารแม่ลูกและผู้ติดตามระหว่างทางตอนกลางคืน เนื่องจากกลัวจะเป็นภัยในอนาคต

    ถึงตอนนั้นแหละทัพของเล่าปี่จึงมาขับไล่โจโฉออกจากเกงจิ๋ว แล้วยกให้เล่ากี๋ครองเมืองต่อ
    หลังจากที่เล่ากี๋ตายโดยที่ไม่มีทายาท เล่าปี่จึงครองเมืองเกงจิ๋ว

    ซึ่งถ้าอ่านต่อจะพบว่ากว่าเล่าปี่จะได้ฮันต๋งมาก็เรื่องยาวอีกเช่นกันเพราะเล่าเจี้ยงเป็นคนที่มีแซ่เดียวกับเล่าปี่ แต่ตอนหลังมีคนยุแหย่ให้เล่าเจี้ยงเข้าใจผิดเล่าปี่

    สังเกตว่าเล่าปี่กับโจโฉนั้นจิตใจต่างกันมาก เมื่อเล่าปี่ได้ครองฮันต๋งแล้วก็ยังให้เล่าเจี้ยงอยู่ในเมืองต่อ จนขงเบ้งต้องเตือนว่าควรส่งให้ไปอยู่เมืองอื่น เพราะเจ้าเมืองสองคนอยู่เมืองเดียวกันไม่ได้

    เล่าปี่จึงส่งเล่าเจี้ยงไปอยู่เมืองอื่นแทน ซึ่งก็ไปถึงโดยสวัสดิภาพ ไม่มีการลอบสังหาร

    พอมาถึงตอนที่โจโฉแห่งวุยก๊กสถาปนาตนเป็นวุยฮ่องเต้
    ซุนกวนแห่งง่อก๊กก็เอาบ้าง สถาปนาตนเป็นง่อฮ่องเต้
    มีแต่เล่าปี่นี่แหละที่ไม่ยอมเป็นจกฮ่องเต้อยู่นาน เพราะว่าฮ่องเต้เป็นญาติกับตนเอง(เล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์)

    จนขงเบ้งต้องเตือนสติ

    ขนาดโจโฉมันเป็นโจรทรราชที่ยึดอำนาจจากฮ่องเต้ มันยังทำได้เลย แล้วนี่เล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ที่คิดจะช่วยปราบทรราชให้แผ่นดินไม่ใช่หรือ

    นอกจากนี้ถ้าเล่าปี่ไม่ยอมสถาปนาตนเองเป็นจกฮ่องเต้ เหล่าขุนนางและขุนพลแห่งจกก็จะเสียกำลังใจที่อุตส่าห์ได้ร่วมเป็นร่วมตายกันมานาน

    ยังมีอีกหลายประเด็นนะครับที่แสดงให้ผู้อ่านได้ทราบถึงนิสัยใจคอของเล่าปี่และตัวละครอื่นๆ

    ผมขอย้ำอีกครั้งว่า
    1.เล่าปี่ให้ม้าเฉียวออกรบหลายครั้ง พอๆกับ”ห้าทหารเสือทุกคน”
    2.ขงเบ้งและบังทองทำงานให้เล่าปี่ด้วยความเต็มใจ
    3.ตลอดเวลาเล่าปี่คิดแต่เรื่องการปราบโจโฉ แต่จะมุ่งปราบโจโฉอย่างเดียวไม่ได้ เพราะยังมีซุนกวนอีกคน

    สุดท้ายนี้ผมต้องขอโทษด้วยที่มีความเห็นไม่ตรงกันกับเจ้าของกระทู้ แต่ผมไม่อยากให้คุณเข้าใจคนผิด

    ขอบคุณทุกท่านที่อ่านความคิดเห็นของผม

    • admin พูดว่า:

      ตอบจากใจจริง ผมยินดีอย่างยิ่งที่มีคนแย้งครับ

      เสน่ห์ของสามก๊ก อยู่ที่การตีความ ว่าใครเห็นอย่างไร

      บางคนอ่านแรกๆ บอกเล่าปี่ดี อ่านไป บอกเล่าปี่เลว กลับมาอ่านอีกครั้ง อ่าว มันดีอีกแล้ว แต่แล้วยังไงล่ะครับ ผิดถูกมันอยู่ตรงไหน

      ประวัติศาสตร์มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วครับ ไม่มีใครรู้ว่า “ตอนนั้น” เกิดอะไรขึ้น เราก็ได้แต่ “ตีความ” จากหลักฐานที่มีอยู่ และ “อนุมาน” เอาว่า มัน “น่า” จะเป็นแบบนั้น ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้

      ความสนุกและความสุขของคนชอบสามก๊กอย่างผม คือการที่มีคนที่ชอบเหมือนกัน แต่แนวคิดต่างกัน มาคุยกัน แลกเปลี่ยนกัน ผมว่ามีรสชาติมากกว่า เอออห่อหมกด้วยตลอด

      ผมไม่ค่อยได้เข้ามาดูบล๊อคนัก อาจจะตอบช้าไป ต้องขออภัยด้วยครับ

      และยินดีอย่างยิ่งที่มีคนมาร่วมแลกเปลี่ยนครับ

  4. ขนฟูสีทอง พูดว่า:

    นี่แหละฮะ คือ เสน่ห์ของสามก๊ก นั่นก็คือ เราทุกคนจะได้ความรู้ ข้อมูลสามก๊กมา เหมือนกัน แต่เราจะคิดและมองมุมที่ต่างกันเสมอ

    เพราะฉะนั้น ไม่มีสิ่งผิด สิ่งถูกแน่นอน ในเมื่อเราไม่สามารถหาข้อพิสูจน์อะไรได้

    แต่จงมอง การกระทำ วีรกรรม ของบุคคลเหล่านั้นในอดีตเป็นตัวอย่าง และ นำมาปรับประยุกข์ใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ นี่แหละฮะ ประโยชน์ของ
    “สามก๊ก”

  5. tor047 พูดว่า:

    ถ้ามองในอีกมุมนึงนะครับ การที่ยกไปปราบเบ้งเฮ็กนี้ น่าจะทำให้ม้าเฉียวมีความกระตือรือล้นมากกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่า ขงเบ้งต้องการจะบุกวุยก๊ก แต่ยังกังวลทางเบ้งเฮ็กอยู่ จึงไปปราบเบ้งเฮ็กก่อนแล้วจึงจะบุกวุยก๊กได้

    ซึ่งม้าเฉียวเองก็คงทราบ แล้วก็คงจะตั้งใจทำศึกเต็มที่เพื่อที่จะได้ไปบุกวุยก๊กต่อเพื่อแก้แค้น แต่กลับต้องมาเสียชีวิตซะก่อน

    เพราะหลังจากปราบเบ้งเฮ็กเสร็จแล้ว ขงเบ้งก็ยกทัพไปรบกับวุยก๊กต่อเลย

    • Pro Prougestapon พูดว่า:

      ผมว่าระหว่างที่ ขงเบ้งยกทัพปราบเบ้งเฮ็ก ม้าเฉียวไม่ได้ไปร่วมรบด้วยนะครับ แต่ม้าเฉียวก็ได้รับความไว้วางใจอย่างมากจากขงเบ้ง โดยให้ม้าเฉียวคอยดูแล ภาคเหนือของจ๊ก คือฮันต๋ง เพราะถ้าขงเบ้งเรียกม้าเฉียวไปรบด้วยระหว่างนั้นถ้าทัพวุยยกทัพบุกจ๊ก จะมีแม่ทัพคนใดบ้างที่จะพอสู้กับวุยได้ เพราะตอนที่ขงเบ้งยกไปปราบทางใต้นั้น ก็นำทั้ง จูล่ง อุยเอี๋ยน ม้าต้าย กวนสก ไปหมดแล้ว กวนหินกับเตียวเปาต้องคอยดูแล หัวเมืองที่ติดกลับเกงจิ๋ว ผมว่าขงเบ้งแบ่งงานที่มีความรับผิดชอบสูงให้กับบุคคลากรที่มีคุณภาพอยู่แล้วนะครับ เหมือนตัวอย่าง ตอนบังทองตาย ขงเบ้งต้องมาช่วยเล่าปี่ก็ได้ฝากเมืองเกงจิ๋วไว้กับกวนอู ซึ่งมีความสุขุมมากที่สุดแล้ว เมื่อเทียบกับเตียวหุย และมีประสบการด้านการคุมเมืองมากกว่า จูล่ง
      ตามความคิดผม ถ้าบังทองไม่ตายเสียก่อน จ๊กก๊กยิ่งใหญ่ได้กว่านี้แน่ บังทองบุกวุยจากทางฮันต๋ง เข้าเตียงฮัน ขงเบ้งบุกวุยเข้าลกเอี๊ยงจากทางเกงจิ๋ว แต่ชะตากำหนดไว้แล้วฝืนไม่ได้

  6. sagacanon พูดว่า:

    ก็เหมือนการเมืองแหละครับ บ้างว่าท่านทักษิณดีเลศ บ้างว่าเลวสุดๆ ก็เหมือนเล่าปี่ที่คนมองว่าเล่าปี่ดีหรือร้าย แต่สาระที่จริงแล้วคือหลักการบริหารคน หลักการใช้คนและความคิดของตัวละคร แต่ละตัวมากกว่าขอรับ

  7. JoJoBa พูดว่า:

    ผมอยากให้ มี คน สร้าง หนังของ ม้าเฉียว บ้าง จัง เรื่องราว คง จะสนุกไม่แพ้ ลุงกวนอู และน้าจูล่ง แน่ ๆ เลย

  8. Retropec พูดว่า:

    หนึ่งใน 5 ขุนพล ที่ หล่ ที่ สุด ในตำนานได้รับฉายา พยัคหน้าหยก

  9. Ma Choa พูดว่า:

    ถ้ามีตังค์ จะสร้าง หนัง สามก๊ก ตอน ม้าเฉียว มั่ง หึหึ

  10. ม้าเฉียวผู้กลัมมากอบกู้ราชวงศ์ฮั่น พูดว่า:

    ม้าเฉียวแกร่งกล้าลำดับต้นๆในจกก๊ก เล่าปี่มีทหารกล้าแล้วไม่ใช้งานได้อย่างไร ม้าเฉียวอาจตายเพราะว่า รับศึกจากชนเผ่าต่างๆ เสฉวนมันชายแดนไม่ใช่อ่อคับต้องมีชนเผ่านอกด่านเป็นเรื่องธรรมดา เสเหลียงเองก็ติดชายแดน ตระกูลม้าเองก็ป้องกันชายแดนมานาน เล่าปี่น่าจะให้ม้าเฉียวทำหน้าที่นี้ ผมเองก็เป็นคนที่ชอบม้าเฉียวคนหนึ่งจึงอยากทราบความจริง ที่ผมกล่าวมาเป็นแค่คำวิเคราะห์จากสถานะการณ์เท่านั้น

  11. เสือใหญ่ พูดว่า:

    สาเหตุที่เล่าปี่ไม่ใช้งานม้าเฉียว เพราะเตียวหุย กวนอูไม่พอใจที่ ม้าเฉียวและฮองตงถูกยกย่องรวมกับพวกตนเป็น 5 ขุนพลพยัคฆ์ โดยเฉพาะเตียวหุย ยอใให้เฉพาะจูล่ง ที่เคยร่วมรบกันมานานและมีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน ประมาณว่าจะมีใครใหญ่เกินตัวเองไม่ได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: