ถึงผู้อ่านทุกท่าน

กันยายน 22, 2009

dual-bliss[1] copy

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีทุกท่านนะครับที่เข้ามาเยี่ยมชมบล๊อคของผม

ปกติผมเป็นคนชอบเขียน แต่ไม่ชอบเขียนเป็นหลักแหล่ง

บางทีก็เขียนในเสปซบ้าง เขียนในhi5บ้าง เขียนในblogspotบ้าง dekdeeบ้าง…เยอะไปหมด

ย้ายที่นึงก็เปลี่ยนชื่อทีนึง จนงานเขียนมันกระจัดกระจายไปหมด ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ตอนนี้ ผมเลยตั้งใจว่า ผมจะรวมงานเขียนทุกอย่างไว้ที่บล๊อคนี้ Read the rest of this entry »


ไสยศาสตร์กับการสะกดจิตตัวเอง (ตอนที่ 1)

กันยายน 18, 2013

บทนำ

จุดประสงค์ที่ผมเขียนผมความนี้ขึ้นมา เนื่องจากเห็นว่า ปัจจุบันความเชื่อเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น อุปกรณ์ทางไสยศาสตร์ที่เราเรียกว่า เครื่องรางหรือวัตถุมงคล กลายเป็นสินค้าที่ทำเงินมหาศาล บางชนิดเ่ล่นหากันหลักหมื่น (พูดถึงของออกใหม่นะครับ ไม่นับพระกรุ) ที่สำคัญที่สุดคือ จากการสังเกต สอบถาม ผมพบว่า นักศึกษาในมหาลัยจำนวนไม่น้อย เล่นของ!!!!! ซึ่งน่าตกใจมากนะครับ สถาบันที่เป็นแหล่งบ่มเพาะปัญญาชน แต่ผลผลิตของสถาบันจำนวนไม่น้อย “งมงาย” อยู่กับสิ่งเหล่านี้ แน่นอนผมไม่ได้ปฎิเสธว่า เรื่องพวกนี้ไม่มีจริง ตรงข้ามครับ ผมขอยืนยันว่า สิ่งเหล่านี้มีจริง แต่ที่เห็นกันทั่วไปมันหาของจริงยาก ส่วนใหญ่เป็นการหลอกหลวงโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งประเด็นที่ผมขอนำเสนอในวันนี้คือ การหลอกลวงแบบไม่ตั้งใจครับ

อ้อ สำหรับคนที่ชอบคิดว่าผมเล่นของ ผมเชื่อว่า อ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจมากขึ้นว่าผมเล่นของจริงหรือไม่ ^^

 

 

การหลอกลวงแบบไม่ตั้งใจ?

 

หมายถึงว่า ผู้หลอกลวงก็ “ไม่รู้” ว่าตัวเองกำลังหลอกลวง เพราะเชื่อว่า ตนทำสิ่งนั้นเพราะมีอำนาจลึกลับคอยช่วยเหลือหรือเชื่อว่าทำได้จากวิชาอาคมจริงๆ และนี่คือสิ่งที่ผมจั่วหัวไว้ในวันนี้ มันคือ การสะกดจิตตัวเองครับ

 

จิตสำนึกและจิตใต้สำนึก

 

ก่อนที่เราจะมาว่าเรื่องไสยศาสตร์ ผมอยากให้เราเข้าใจเรื่องความแตกต่างของคำสองคำนี้ก่อนครับ ผมอธิบายง่ายๆว่า จิตสำนึก เหมือน search engine ในสมอง ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลถึงความถูก-ผิด รวมถึงเข้าไปค้นหาข้อมูลในจิตใต้สำนึก ส่วน จิตใต้สำนึก หมายถึง folder ต่างๆที่ถูกเก็บไว้ในสมอง จิตใต้สำนึกมีหน้าที่เก็บข้อมูลเท่านั้น ไม่มีความสามารถในการประมวลผล ดังนั้น จิตใต้สำนึกจะไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แค่เก็บข้อมูลทุกอย่างเอาไว้

 

ตัวอย่างหลักการทำงานของสองอย่างนี้ เอาแบบง่ายๆเลยก็เช่นว่า เมื่อก่อน ผมเป็นคนกลัวที่กิ้งกือมาก คำว่า กิ้งกือ จะถูกจัดเก็บอยู่ในจิตใต้สำนึก folderชื่อ ความกลัว เมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นกิ้งกือ จิตสำนึกจะส่งข้อมุลนี้ไปยังสมองเพื่อแปลความ และมันจะไป search พบไฟล์กิ้งกืออยู่ในfolder ความกลัว กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นชั่วพริบตาเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผมเห็นกิ้งกือ ผมจึงรู้สึกกลัวมันขึ้นมาทันที หรือแม้แต่ไม่เห็นของจริง แค่เห็นรูปหรือแค่ได้ยินคำว่ากิ้งกือ ผมก็จะรู้สึกแย่ หลักการนี้เหมือนกันกับคนที่กลัวผี กลัวเข็มฉีดยา หรือกลัวอะไรแปลกๆเช่น กลัวไก่(น้องผมมีคนนึงกลัวไก่ 55555+) ก็คือว่า ทุกอย่างที่เขากลัว มันอยู่ในไฟล์ชื่อ ความกลัว ในจิตใต้สำนึก

 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไสยศาสตร์?

 

แน่นอนว่าคนที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ folder ที่เกี่ยวพันกับไสยศาสตร์ในจิตใต้สำนึกของเขามีมาก จึงไม่แปลกที่ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในชีวิต เขามักจะคิดว่า เป็นเพราะไสยศาสตร์ทุกครั้งไป เช่นว่า รถชนขึ้นมา เขาจะไม่คิดว่า เขาขับรถประมาท เขาจะอ้างว่าเขาขับดีแล้ว แต่มีเงาวิ่งตัดหน้า ทำให้รถเสียหลัก เป็นต้น หรือการปวดท้องขึ้นมากระทันหัน เขาก็คิดว่า ถูกของ ซึ่งความจริง ถ้าเราลองเปิดโอกาสคุยกับคนอื่นที่เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ เราจะพบว่า “อะไรที่เราเป็น เขาก็เป็นเหมือนกัน” 

 

ตัวอย่างจากเรื่องจริง

ผมรู้จักคนๆนึง เขาเจ็บส้นเท้ามาก แต่ดูแล้วก็ไม่มีอะไร แผลก็ไม่มี ไปๆมาๆเขาก็คิดว่า เขาโดนของ แน่นอนครับ เมื่อเชื่อแบบนี้แล้ว จิตเขาจะยิ่งตอกย้ำว่ามันจริง ภาพการโดนของที่เคยดูจากในหนังบ้าง จากหนังสือบ้าง ฟังคนอื่นเล่าบ้าง จะถูกจิตสำนึกมันไปค้นมาหมด และสุดท้าย เขาก็คิดอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากเขาโดนของ หลังจากนั้น อุปปาทานก็จะเกิดต่อไป เขาเริิ่มรู้สึกไม่สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัว (แท้จริงเป็นเพราะเขาเชื่อว่าเขาป่วย คือความคิดของคนเรามีผลต่อการหลั่งเคมีในสมอง ซึ่งมันจะปล่อยฮอร์โมนบางอย่างออกมา สังเกตว่าเราดีใจเราจะรู้สึกสบาย แต่พอมีเรื่องคิดมาก เราจะรู้สึกแย่) สุดท้ายเขาก็ตะเวนหาหมอไสยศาสตร์มาถอดของให้ และก็ตลกที่สุด หมอก็ถอนออกว่ะ 555555+ ได้ตะปูบ้าง เส้นผมบ้าง แต่กลับมาเขาก็ยังเจ็บขาอยู่ แทนที่จะคิดว่าขาผิดปกติ เขากลับคิดว่า ของมันแรง ถอนได้ไม่หมด 5555+ จนสุดท้าย ได้ไปเจอผู้ทรงศีลท่านนึง ท่านนี้มีญาณจริง เพราะเป็นผู้ปฎิบัติธรรม ท่านได้กรุณาบอกว่า มีเศษแก้วเล็กๆฝังอยู่ในส้นเท้า ให้ลองเอาเข็มบ่งตรงที่ปวดแล้วจะเจอ ปรากฎว่า มาลองทำก็เจอเศษแก้วจริงๆ…….ไงล่ะครับ ผมบอกแล้วว่าไม่ได้ปฏิเสธว่าไสยศาสตร์ไม่มี แต่คุณก็ลองดูแล้วกันว่าเรื่องนี้หมายความว่ายังไง งานนี้เจ้าตัวต่างหาก ทำของใส่ตัวเอง โดยการสะกดจิตตัวเอง

 

เชื่ออย่างไร เป็นอย่างนั้น

 

คำพูดนี้เป็นความจริงครับ หลักการทางจิตวิทยาคือ ถ้าเราสนใจสิ่งใด เราจะเห็นสิ่งนั้นและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นชัดเจนขึ้น เคสตัวอย่างคือ น้องผู้ชายคนนึงเคยมาปรึกษาผมเรื่องแฟนท้อง มันบอกว่าประจำเดือนแฟนไม่มาเดือนกว่าๆแล้ว เอาที่ตรวจครรภ์มาตรวจก็ไม่ท้อง แต่เข้าใจว่า บางทีมันตรวจไม่เจอ(ของแบบนี้มีโอกาสพลาดนะครับ) มันบอกว่ามันกลุ้มใจมาก พยายามไม่คิดมากแล้ว แต่รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวมีแต่เรื่องคนท้องเต็มไปหมด เปิดเน็ตก็เจอเรื่องทำแท้ง ดูทีวีก็เจอเรื่องท้องในวัยเรียน ไปไหนก็ได้ยินคนพูดเรื่องท้องๆๆๆ……..ความจริงแล้ว คนอื่นเขาก็อยู่กันปกติครับ ทีวีมันก็เล่นไปตามผัง คนที่คุยด้วยก็คุยธรรมดา แต่……ใจมันผูกติดอยู่กับสิ่งนี้ไงครับ ใจมันจดจ่ออยู่กับสิ่งนี้ ดังนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเรื่องท้องที่ผ่านเข้าใจในชีวิต จิตมันจะจับ(โฟกัส)ไปที่เรื่องนั้นทันที นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมมันรู้สึกว่า รอบตัวมันมีแต่เรื่องท้องเต็มไปหมด (ผมลืมบอกไป สรุุปเรื่องนี้แฟนมันไม่ท้องนะครับ แค่ประจำเดือนผิดปกติ)

 

กรณีนี้ยังเป็นเหตุผลเดียวกันกับการแอบรัก คือคุณโฟกัสอยู่ที่ใคร ไม่ว่าอะไรเกี่ยวกับคนๆนั้นที่ผ่านเข้ามา จิตคุณจะจับและบันทึกทันที คุณผู้หญิงเคยสงสัยมั้ยครับว่า อะไรว๊า กูพึ่งออนเฟสได้วินาทีเดียว มันก็ทักมาละ เหมือนกับว่ามันออนรอกูอยู่ตลอดเวลางั้นแหละ 5555+ ความจริงคือ แค่ชื่อคุณเด้งขึ้นมา เขาก้รู้แล้ว ในขณะที่คนอื่นออน เขาไม่รู้ เพราะเขาไม่ได้สนใจไงล่ะครับ

 

และ….ฮ่าๆๆ ไสยศาสตร์ก็ไม่ต่างกันหรอกครับ จิตคุณสนใจเรื่องนี้ อะไรที่เกี่ยวหรือคิดว่าน่าจะเกี่ยวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต คุณก็จะพุ่งเป้าไปทันที 

 

สรุปว่าไสยศาสตร์คือการหลอกตัวเอง?

 

อันนี้ตอบได้ว่าไม่จริงครับ ผมยืนยันอีกครั้งว่าไสยศาสตร์มีจริง เพียงแต่มันเป็นอะไรที่โบราณ และสมัยโบราณเขาไม่ได้มีการอธิบายอะไรแบบนี้ เช่น ฟ้าผ่า เขาก็บอกว่า มีเทพสายฟ้า เขาจะไปรู้เรืื่องประจุอิเล็กตรอน-โปรตรอนได้ไง เขาก็อธิบายตามสิ่งที่คนตอนนั้นจะเข้าใจได้ ฉะนั้น สำหรับผม สิ่งที่เรียกว่าไสยศาสตร์ ผมไม่เห็นมันลึกลับอะไร ตรงข้ามครับ ผมกลับเห็นว่า มันเหมือนวิทยาศาสตร์เลย มันมีหลักการ มันอธิบายได้ ปัญหาอยู่ที่คุณเข้าใจหลักการของมันหรือเปล่า?

 

เขียนเยอะแล้วครับ จบแค่นี้ดีกว่า  ที่เหลือไว้ตอนหน้า อิอิ


สวย

กันยายน 6, 2010

ผมว่าผู้หญิงบนโลกนี้ ไม่มีคนไหนหรอกครับที่ไม่สวย

เรื่องจริงครับ ทุกคนสวยหมด

เพียงแต่ความสวยของเธอ จะไปถูกใจใคร ก็เท่านั้น

ไม่เชื่อลองสิครับ เอาผู้ชายมา 10 คน ให้มองผู้หญิงคนเดียว แล้วถามแต่ละคนว่าสวยมั้ย

ผมเชื่อว่าคำตอบจะต่างกันออกไป

Read the rest of this entry »


ปิดตาตีปี๊ป

พฤษภาคม 21, 2010

สองสามวันนี้ ผมได้สัจธรรมอะไรบางอย่าง

การออกมาเรียกร้อง แสดงความคิดเห็น หรืออะไรที่เกี่ยวกับการเมือง…….ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น

ชั่วโมงนี้ เราเหมือนคนที่เล่นปิดตาตีปี๊ปอ่ะครับ

มีผ้าคลุมหัวทำให้มองไม่เห็นอะไร ถือไม้ฟาดไปมั่วๆ เผื่อจะโดนปี๊ปบ้าง

Read the rest of this entry »


รักพ่อ?

พฤษภาคม 19, 2010

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กพี่น้องคู่หนึ่งกำลังเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียน

อยู่ดีเพื่อนก็ล้อชื่อพ่อของเด็กคนน้อง ทำให้เด็กคนน้องโกรธมาก

แต่เด็กคนพี่บอกว่า จะไปทำเขาทำไม พ่อเราไม่ได้เป็นแบบนั้น

เด็กคนน้องไม่ยอม พร้อมด่าพี่ตัวเองว่า “ไม่รักพ่อ”

วันรุ่งขึ้น เด็กคนน้องเอามีดปลายแหลมไปแทงเพื่อนตายที่โรงเรียน

ตกเย็นกลับบ้าน เด็กคนน้องถือมีดไปหาพ่อแล้วยิ้ม พร้อมบอกว่า

“มีคนมาว่าพ่อ ผมเลยเอามีดแทงมันตาย ฮ่าๆๆๆ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาว่าพ่อเด็ดขาด”

Read the rest of this entry »


Tragedy

เมษายน 29, 2010

ความขัดแย้งทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากสาเหตุเดียวคือ

“เราไม่ยอมรับความแตกต่าง”

แต่เดิมประเทศเราอยู่กันอย่างสงบเพราะเรายอมรับความแตกต่างได้

เจอวัดเราไหว้ เจอโบสถ์เราไหว้ เจอมัสยิดเราไหว้ เจอศาลพระภูมิยังไหว้

นี่คือความน่ารักของเรา เรา   “เคารพในความเชื่อของผู้อื่น”

แม้จะต่างศาสนา ต่างความเชื่อ แต่เราเคารพ และยอมรับความแตกต่างนั้น สังคมเราจึงสงบสุขตลอดมา

Read the rest of this entry »


พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา

มีนาคม 15, 2010

ทันทีที่ผมฟังข่าวจบ ผมก็คิดว่าจะต้องเขียนถึงเรื่องนี้ให้ได้

สั้นๆนะครับ ไม่ขอเล่ามาก เพราะคิดว่าทุกท่านคงรู้ข่าวกันแล้ว

เรื่องของนายตำรวจท่านหนึ่งที่ทำหน้าที่ปกป้องชีวิตของประชาชนมาตลอดชีวิตการทำงาน

นายตำรวจผู้ที่รักษาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต

รักษาความยุติธรรม โดยที่ตัวเองไม่เคยได้รับความยุติธรรม

ผมมาจี๊ดตอนที่นักข่าวช่อง3ไปสัมภาษณ์ลูกชายของท่าน

คุณชุมพล เอกสมญา บอกว่า ไม่เสียใจที่พ่อตาย

แต่เสียใจที่ไม่ได้รับความยุติธรรม

คุณพ่อของเขาทำงานเพื่อประเทศนี้มาทั้งชีวิต

และประเทศนี้ก็ตอบแทนพ่อเขาแบบนี้

ผมขอจบแค่นี้นะครับ

คนเราบางคนมีชาติกำเนิดยิ่งใหญ่

บางคนอยากยิ่งใหญ่

บางคนถูกยัดเยียดให้ยิ่งใหญ่

พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ยิ่งใหญ่เพราะตัวท่านเอง สมเป็นชายชาตรีอย่างแท้จริง

ขอไว้อาลัยจากการจากไปของท่าน

และขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติด้วยเถิด


คิดถึงกาลิเลโอ

มกราคม 28, 2010

กาลิเลโอเป็นชายผู้ที่ยืนยันว่าโลกกลม ในขณะที่ทุกคน เชื่อว่าโลกแบน

ผมแค่อยากรู้ว่า ตอนกาลิเลโอบอกว่าโลกกลม เค้าคิดอะไรอยู่

การพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่เชื่อ และไม่มีวันเชื่อ ไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่

ในขณะที่สังคม ผมเน้นคำว่าสังคม รุมประณามว่าเขาผิด

เขาจะท้อบ้างไหม

Read the rest of this entry »