เรื่องเล่าจากวัด

IMG_9350_resize[1]

ผมพึ่งกลับมาจากการปฏิบัติธรรมครับ เลยมาเล่าให้ฟัง

การไปวัดครั้งนี้ทำให้ผมเห็นอะไรหลายๆอย่าง

เรียกว่าได้ธรรมมะกลับมาหลายอย่าง

อย่างแรก โทสะ(ความโกรธ)คือธาตุไฟ อยู่ที่ไหนมันก็ไหม้ที่นั่น

โทสะมันอยู่ในจิตคน มันก็ไหม้จิต จิตอยู่ในตัวคน มันก็ไหม้คน

ผมเห็นคนที่มีโทสะมาก เดินพล่าน ด่าคนนั้นคนนี้ไปทั่ว หงุดหงิดตลอดเวลา

อาการเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากคนที่โดนไฟเผา ใช่มั้ยครับ ตอนที่เราโดนไฟลวก เราก็ปวดแสบปวดร้อน ดิ้นไปดิ้นมา

มันไม่เห็นต่างกัน

วิธีแก้คือต้องใช้เมตตา

เมตตาเป็นธาตุน้ำ ต้องใช้น้ำดับไฟ

การที่น้ำจะดับไฟได้ น้ำต้องมากกว่าไฟ ถ้าน้ำน้อย ก็ย่อมแพ้ไฟเป็นธรรมดา เพราะไฟมันเผาน้ำระเหยหมด

big51[1]

อย่างที่สอง เรื่องความสามัคคี

คราวนี้เราไม่ได้ไปคณะเดียว แต่มีคณะอื่นไปด้วย

ผมได้ยินคนพูดว่า “คนอีกคณะหนึ่ง มาขโมยยาของพวกเราไป”

“โธ่…น้อง” ผมคิดในใจ

น้องมาทำอะไรเหรอครับ น้องมาเป็นพี่เลี้ยงใช่มั้ย หน้าที่ของน้องคือดูแลและอำนวยความสะดวกให้ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ใช่เหรอ แล้วคนอีกคณะหนึ่งเค้าไม่ใช่ผู้ปฏิบัติธรรมเหรอครับ นี่แค่มีสองคณะเรายังแตกแยกกันขนาดนี้ แล้วบ้านเมืองเรามันจะเดินไปได้ยังไง

จริงๆผมว่าเราควรถามตัวเองก่อนว่าเรามาที่วัดทำไม

ทำงาน………….หรือ……………ทำบุญ

คนที่มาวัดควรเป็นคนที่มาทำบุญนะครับ ถ้าจะทำงานก็ควรไปที่ทำงานครับ

เราสามารถทำงานในวัดได้ แต่การทำงานนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของการทำบุญครับ

บุญ คือ สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข สบายใจ

ในวัดนะครับ ถ้าทำแล้ว ไม่สบายใจ ก็อย่าไปทำ เพราะมันจะได้บาปแทน

55058_511744[1]

ประการที่สาม คนที่กรรมหนัก อะไรก็ช่วยไม่ได้

มีเรื่องเล่าว่ามีคนเคยทำปิตุฆาต คือฆ่าพ่อตัวเอง ซึ่งถือเป็นอนันตริยกรรม(กรรมหนักที่สุด)

ทรมานมากครับ อยู่ไม่ได้จนแม่ต้องพามาเข้าวัดให้นั่งกรรมฐาน

ปรากฎว่านั่งไม่ได้ พอนั่งปุ๊บมันร้อนไปหมด ต้องพาออกจากวัด

นี่คือผลของอนันตริยกรรม ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ร้ายแรงสุดๆของสุดๆโคตรๆ

ผมเห็นเด็กบางคนแล้วนึกถึงเรื่องนี้ เค้าให้นั่งกรรมฐาน มันก็หนีไปเที่ยวไปเล่นมั่ง ไปนอนมั่ง

นี่คือพวกที่เจ้ากรรมนายเวรมารอเอาคืน ขนาดจะกรรมฐานอุทิศส่วนกุศลให้ เขายังไม่เอา เขาเลยดลใจให้ไปทำอย่างอื่น คิดดูว่าแค้นขนาดไหนครับ ขอโทษแล้วก็ยังไม่ยอม

ไอ้พวกนี้ต้องระวัง ดวงตกเมื่อไหร่ละมึง มาทั้งต้นทั้งดอก เปอร์เซ็นต์ตายโหงสูงมาก

1474543[1]

ประการที่สี่ เรื่องการเบ่ง การข่มคนอื่น การที่ต้องการเหนือกว่าคนอื่นตลอดเวลา

ผมเปรียบเทียบง่ายๆแบบนี้ครับ

สมมุติว่าคุณมีความสูงเท่าผม แต่คุณอยากสูงมากว่าผม คุณก็เลยยืนเขย่งปลายเท้าเพื่อที่ให้ดูแล้วสูงกว่าผม

ถามว่าสูงกว่ามั้ย ใช่ครับ ดูแล้วสูงกว่า

แต่ปัญหาคือ คุณจะเขย่งไปได้นานเท่าไหร่กัน ซักวันคุณจะเมื่อยขา แล้วในที่สุดคุณก็จะกลับมาจุดเดิม

โง่มั้ยครับ ทำตัวเองให้เหนื่อยให้เมื่อย

เพียงเพราะต้องการเหนือกว่าคนอื่น คุณต้องยอมเหนื่อย ยอมเมื่อย ยอมเจ็บ ยอมทน 5555+

ปัญญาอ่อนสิ้นดี

ท้ายที่สุดแม่งก็กลับมาที่เดิม เหมือนเดิม ถ้าผมเป็นคู่แข่งนะ ผมหัวเราะฟันโยกเลย 555+ เห็นแล้วตลกครับ

เหมือนคนไม่มีตังค์แล้วอวดรวยอ่ะครับ ใครเห็นเขาก็หัวเราะด้วยความสมเพชกันทั้งนั้น

มีอีกหลายสิ่งที่ผมได้จากการไปปฏิบัติกรรมฐานในครั้งนี้ แต่คงจะเก็บไว้เล่าในคราวต่อๆไป

สุดท้ายผมฝากไว้นิดเดียว

กรรม คือ การกระทำ และกรรมมีลักษณะอยู่อย่างหนึ่งคือ

มันจะกลับมา!!!

ใช่แล้ว เราทำอะไรออกไป มันจะกลับมาแน่นอน ช้าเร็วอีกเรื่อง

สิ่งที่คุณเจอในวันนี้ มันคือผลที่คุณทำไว้ มันกลับมาหาคุณแล้ว

สิ่งที่คุณทำวันนี้ มันกำลังจะกลับมา

ให้รู้ไว้เลยว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า ตอนนี้คุณทำอะไร

คุณคือหมอดูที่แม่นที่สุด คุณทำนายอนาคตตัวเองได้

ทำนายได้ด้วยการทำสิ่งที่คุณอยากให้เกิดในอนาคต

ทำไปเถอะครับ

แล้วก็รอ

รอเวลาที่มันกลับมา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: