กรอบ

ผมว่าชีวิตของมนุษย์เรานี่ เต็มไปด้วยกรอบครับ

ลองคิดดูนะครับ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย เรามีกรอบอะไรบ้าง

ทรงผม เครื่องแบบ การเข้าเรียน และ……..ความคิด

เด็กมัธยมจะถูกสอนให้คิดแบบครู ทำแบบครู เชื่อแบบครู ใครที่ทำต่างออกไปจะโดนทำโทษ

มันมีเรื่องตลกฝืดเรื่องหนึ่ง คือ เด็กป.6คนหนึ่งถูกให้การบ้านวิชาศิลปะโดยการไปวาดดอกทานตะวันมา1ดอก ปรากฎว่าเด็กคนนี้ได้ 0 คะแนน เนื่องจากวาดดอกทานตะวันเป็นสีน้ำเงิน

จริงๆมันก็คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าเกิดเด็กคนนั้นไม่ให้เหตุผลว่า “สีน้ำเงินมันสวยกว่า”

ครู…เห็นในสิ่งที่มันมีอยู่แล้ว แต่เด็ก..เห็นในสิ่งที่ดีกว่าเดิม

ผมเชื่อว่าถ้าวันนั้นเค้าได้คะแนนเต็ม เราจะมีนักคิดในประเทศเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

ตอนผมเรียนม.ปลาย ก็เคยเถียงครูเรื่องนี้เหมือนกัน

คือผมจำโจทย์ไม่ได้แต่ก็ประมาณนี้แหละ อะไรบวกกันได้ 8

ผมตอบ 2×4 ซึ่งครูให้ผิด ครูเฉลยว่า 2+2+2+2

ผมก็แย้งสิครับว่าผมผิดตรงไหน สุดท้ายคำตอบที่ได้คือ ผมไม่ทำตามวิธีของแก

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกได้ว่าชีวิตผมมีกรอบ และ เป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะแหก

โอเค เราจบมัธยมเสร็จก็เรียนมหาลัย เรียนจบก็ต้องออกไปทำงาน

นึกว่าเรียนจบเราจะมีอิสระ ที่ไหนได้ ชีวิตการทำงานก็มีกรอบเหมือนเดิม แถมหนากว่าตอนเรียนอีก

เราต้องแต่วตัวให้ดูน่าเชื่อถือ เราต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือ ยิ่งถ้าตำแหน่งสูงต้องรู้จักการวางตัว ต้องหัดเข้าสังคม ต้อง………ฯลฯ

พอทำงานจนเกษียณ เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เราต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ เรื่องบางอย่างเป็นเรื่องของเด็ก ลงไปทำไม่ได้ ทำแล้วจะถูกมองว่าไม่ดี ไม่เจียมสังขาร….ฯลฯ

ทำไมมนุษย์น่าสงสารแบบนี้ครับ

ผมถามจริงๆเถอะ ตั้งแต่เกิดมา คุณได้ทำอะไรตามใจตัวเองกี่ครั้ง ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ เป็นในสิ่งที่คุณอยากเป็นอ่ะครับ เคยบ้างไหม

สำหรับผม ช่วงอายุ17-25 เป็นช่วงที่คุณอิสระที่สุดแล้ว ต่อให้อีกเต็มที่ก็ไม่เกิน30

ทำไมคุณยัง “กลัว” ที่จะทำในสิ่งที่คุณอยากทำ

บางคนอยากทำผมแปลกๆแต่ไม่กล้าทำ “กลัว” คนว่า

บางคนอยากลงแข่งกีฬา แต่ไม่กล้าแข่ง “กลัว” แพ้

บางคนให้ร้องคาราโอเกะก็ไม่ยอมร้อง “กลัว” ถูกคนแซว

บางคนอยากขอโทษแฟนแต่ไม่ทำซักที “กลัว” เสียเชิง

บางคนอยากไปเที่ยวผับแต่ไม่กล้าไป “กลัว” ถูกมองไม่ดี

บางคนแอบชอบผู้หญิงที่ตนหมายปองมานานแต่ไม่กล้าบอก เพราะ”กลัว”ว่าจะถูกปฏิเสธ

สำหรับเรื่องนี้ผมมีนิทานมาเล่าให้ฟัง บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่เรื่องของผม

สมมุติมีชายคนหนึ่งชื่อ แบงค์….หึหึ

แบงค์ชอบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่แน่ชัดว่าเธอชอบเขาหรือเปล่า วันหนึ่งเมื่อเธอจะไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนร่วมคณะ แต่เธอพูดไม่ชัดว่าจะชวนเขาไปหรือเปล่า ในขณะที่เพื่อนหลายคนของเธอชวนแบงค์ไปด้วย

ขณะที่ลังเลใจเพื่อนของเธอคนหนึ่งก็ถามว่า “มึงอยากไปมั้ย?”

แบงค์ พยักหน้า แต่ใจสั่นรัว

“มึงไปเหอะ ถ้าวันนี้มึงไม่ไป อีกสี่สิบ-ห้าสิบปี ตอนมึงอายุหกสิบ มึงจะมานั่งถามตัวเองว่าถ้าวันนั้นตัดสินใจไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ มึงไปเหอะ!”

ด้วยประโยคนี้ แบงค์ ก็กระโดดขึ้นรถทันที จากการไปครั้งนั้น คำตอบที่แบงค์ได้รับกลับมาคือคำปฏิเสธ

แบงค์กลับมาด้วยความรู้สึกยากบรรยาย มันไม่ใช่ความเสียใจ น่าแปลก เขากลับรู้สึกดีที่ได้จัดการ “บางอย่าง” เสร็จสิ้น และไม่ต้องคาใจอีกต่อไป

ใช่, อีกสี่สิบปี เขาจะไม่มานั่งย้อนถามตัวเองถึงเหตุการณ์ในวันนี้

เพราะเขาได้คำตอบแล้ว”

จบ

กรุณาเชื่อว่าไม่ใช่ผม ผมจำไม่ได้จิงจริ๊งว่าเป็นเรื่องของใคร

นี่เป็นตัวอย่างเล็กน้อยของกรอบ

ผมว่าสังคมนี้มันสร้างกรอบไว้ให้เราเยอะแล้ว

เราอย่าสร้างกรอบให้ตัวเองเลยครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: