อาหารญี่ปุ่น

วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศครับ ผมมาเขียนบล๊อคที่ร้านเน็ต

เรื่องของเรื่องคือพึ่งย้ายหอเสร็จครับ อยากหาที่นั่งตากแอร์เย็นๆ ก็เลยมาหานั่งเล่นที่ซอยโลกีย์นี่แหละ

เรื่องที่จะเขียนวันนี้เกิดจากการที่ผมไปกินบุพเฟ่ต์หารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่เซ็นทรัลตอนบ่าย

ผมพึ่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับบุฟเฟ่ต์พวกนี้ เลยอยากบันทึกเอาไว้

ประการแรก ผมรู้สึกว่าไอ้บุฟเฟ่ต์พวกนี้มันทำให้คนเสียนิสัยครับ

คิดดูนะครับ มีถาดอาหารเลื่อนมาตามสายพาน แล้วเราก็หยิบจานที่เราจะกินออกมา

เนี่ย ฝึกนิสัยยักยอกของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว

เห็นชัดๆเลยครับ กุ้งนี่มาน้อยมาก พอเลื่อนมาแต่ละทีไอ้โต๊ะแรกๆแม่งก็สอยไปหมด

แล้วขอโทษ ไม่ได้เอาไปน้อยๆนะครับ ผมแทบจะเดินไปบอกมันว่านี่ร้านอาหารยี่ปุ่นนะโว้ย ไม่ใช่ ป.กุ้งเผา

จริงๆผมเชื่อว่ามันก็ไม่ได้หิวกุ้งขนาดนั้นหรอก แต่ผมเชื่อว่ามันกลัวว่า กว่าจะมาอีกทีก็นาน เลยเอามาตุน

ชัดเลยนะครับ ในภาวะเศรษฐกิจขาดแคลน ไอ้พวกพ่อค้าหัวใสมักตุนของไว้ขึ้นราคา นี่ทำแบบเดียวกันเป๊ะ

พวกนายทุนที่อยู่ต้นสาย มันก็มักจะเอาเปรียบชาวบ้านตาดำๆอย่างผมที่อยู่ปลายสาย จะแดกอะไรก็ต้องรออันที่มันไม่เอา ผมแม่งเกือบเรียกร้องให้รัฐประหารยึดอำนาจหัวโต๊ะ

อาหารตามสายพานมันเป็นของส่วนรวม พวกผมกำลังถูกฝึกให้หยิบของส่วนกลางมาเป็นของตัวเองครับ เรียกง่ายๆว่ายักยอก

มีนะ บางทีต้องรีบคว้าไว้อย่างเร็ว กลัวโต๊ะข้างๆเอาไปกิน นี่ฝึกนิสัยละโมบ

แล้วไงครับ พอเอามาเยอะก็แดกไม่หมด ทีนี้ก็กลัวว่าจะถูกปรับ ก็เลยต้องเอาเนื้อไปซ่อนตามหม้อซุป นี่ฝึกนิสัยทำผิดแล้วปกปิดความผิด

ผมเจอครับ กลายเป็นนอมินีโดยไม่รู้ตัว ผมกินหมดแล้ว แต่น้องผมกินไม่หมด มันเลยแบ่งเอาหมูในหม้อมันมาใส่ในหม้อผม

นี่คือการซุกหุ้นครับ เอาหุ้น(หมู)มาฝากไว้กับผม ทำให้ดูว่าในหม้อของมันมีเนื้อหมูน้อย จริงๆมันโคตรรวย(หมู)เลย ไปดูตามหม้อคนอื่นสิครับ ของมันทั้งนั้น

พวกนายทุน(นั่งหัวโต๊ะ)โคตรสบายเลยครับ อยากกินไรก็กินได้ก่อนคนอื่น กินไม่หมดก็เอาไปซุกไว้กับคนอื่น ไม่รวยวันนี้มันจะไปรวยวันไหน

“แบบนี้เองสินะ” ผมคิด  ” ที่คาร์ลมาร์กลุกขึ้นปฎิวัติ คงเพราะถูกแย่งกุ้ง”

มาร์กไม่พอใจหัวโต๊ะครับที่ไม่ยอมปล่อยกุ้งมาซักที เลยเอามีดไปจี้เจ้าของร้าน

“ต่อไปนี้ ไม่ว่าใครจะนั่งตรงไหน ทุกคนจะได้กุ้งคนละ 3 จานเท่ากันหมด ” มาร์กประกาศก้อง

คนในร้านไชโยขึ้นพร้อมกัน มาร์กชูมีดยิ้มแป้น

ก่อนที่มาร์กจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงคนๆหนึ่งพูดขึ้นมา

“แต่ใครฆ่าไอ้มาร์กได้ ผมยอมให้มานั่งตรงหัวโต๊ะแทน คุณจะได้กุ้งจนกว่าจะพอใจ”

สิ้นเสียงนี้ วิญญาณมาร์กก็ลอยออกจากร่างทันที

ปัดโธ่ มีใครบ้างครับไม่อยากถูกรางวัลที่หนึ่ง

น้องผมคงได้ยินความคิดนี้ เลยถามผมว่า ” พี่คิดว่าถ้าเราได้กุ้งคนละ10ตัว มันจะไม่มีปัญหาใช่ป่ะ”

ผมพยักหน้าหงึก

“แล้วพี่มากินบุฟเฟ่ต์ทำด๋อยอะไรวะ อยากกินแบบนั้นทำไมไม่สั่งเป็นชุด”

เจ๊ดโด้ครับ จริงของมัน ผมจะโวยวายทำไมวะเนี่ย 555+

ยังครับ ยังไม่หมด ในขณะที่ผมเริ่มสงบเสงี่ยมนั่งกินเงียบๆ น้องผมมันก็จุดประเด็นอีก

” คนเราเดี๋ยวนี้กินข้าวเหมือนหมูเนอะ เอาข้าวใส่รางแล้วก็ไหลมาให้กิน”

” เหมือนหมูเหรอ” ผมถาม

” อือ พี่ลองเปลี่ยนจากสายพานพลาสติกเป็นรางไม้ดูสิ”

” แล้วชอบมั้ย” ผมถามต่อ

” ไม่อ่ะ ”

” หึหึ แล้วจะมากินบุฟเฟ่ต์ทำด๋อยอะไรวะ อยากกินแบบนั้นทำไมไม่สั่งเป็นชุด”

กร๊ากกกกกกก สะใจโคตร กูรอมานานแล้ว 55555+

ก่อนที่สงครามจะเริ่ม ผมก็ชิงลุกไปเข้าห้องน้ำก่อน

หนี คือสุดยอดกลยุทธ์ ซุนจื่อบอกไว้แบบนี้ ฮ่าๆๆๆ

จริงๆมีเรื่องเล่าต่อว่าหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จผมเจออะไร แต่ขอยกไว้คราวหน้าดีกว่า

จบเอาดื้อๆแบบนี้แหละครับ

Advertisements

One Response to อาหารญี่ปุ่น

  1. Tom-Ohok พูดว่า:

    great taste,
    best think …

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: