คิดถึงกาลิเลโอ

กาลิเลโอเป็นชายผู้ที่ยืนยันว่าโลกกลม ในขณะที่ทุกคน เชื่อว่าโลกแบน

ผมแค่อยากรู้ว่า ตอนกาลิเลโอบอกว่าโลกกลม เค้าคิดอะไรอยู่

การพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่เชื่อ และไม่มีวันเชื่อ ไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่

ในขณะที่สังคม ผมเน้นคำว่าสังคม รุมประณามว่าเขาผิด

เขาจะท้อบ้างไหม

ชะตากรรมของวีรบุรุษต้องเป็นแบบนี้เหรอครับ

ในยุคของตัวเองมักถูกประณาม ถูกสังคมลงโทษ แต่พอตายไป สังคมก็รู้ว่าโทษคนผิด

การที่ไปวางพวงหรีด การร่ำร้องไห้หน้าหลุมศพ การขอโทษขอโพย มันมีประโยชน์อะไรครับ

ผมเชื่อว่าถ้ากาลิเลโอเกิดในประเทศไทย ทุกวันนี้เราก็คงเชื่อว่าโลกแบนอยู่

มันพูดยากนะครับ การพูดเรื่องอนาคตที่คนอื่นมองไม่เห็น

ดร.สมิท เคยออกมาเตือนว่า ภาคใต้ของไทยจะเกิดสินามิ ให้เตรียมการป้องกัน

สุดท้าย แกถูกสังคมประณามว่าทำให้คนตกใจเล่น ไม่พอนะ ยังถูกปลดตำแหน่งอีกต่างหาก

แล้วไงครับ สุดท้ายสินามิมา สังคมไปหัวเราะแหะๆกับแก แล้วบอกว่าขอโทษ

มันเลยเกิดคำถามขึ้นในใจผมว่า เราจะต้องรอหรือ

ต้องรอให้เรื่องมันเกิด แล้วค่อยมาแก้ แล้วค่อยไปหัวเราะแหะๆขอโทษหรือ

สังคมไทย ยังอยู่บนพื้นฐานของความกลัว กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวไปหมดทุกอย่าง

ทุกอย่างต้องทำแบบเดิม เคยทำอะไรก็ต้องทำไปอย่างนั้น

คนไหนทำอะไรใหม่ๆขึ้นมา ต้องด่ามันก่อน ต้องทักท้วง ต้องสกัดดาวรุ่ง

จนว่ามันทำสำเร็จแล้วจริงๆ สำเร็จนี่ต้องสำเร็จแบบช็อคโลกด้วยนะครับ ถ้าสำเร็จเล็กน้อยก็โดนอยู่ดี

สำนวนไทยเลยเขียนไว้อย่างน่าสลดใจว่า

“จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน”

น่าสลดใจและน่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง

คนดีคนเก่งต้องอยู่เงียบๆ ไอ้คนไม่ได้เรื่องแต่สร้างอิมเมจเก่งถึงจะลอยหน้าลอยตาในสังคมได้

อยู่ดีๆผมถึงคิดถึงกาลิเลโอขึ้นมา ผมอยากรู้ว่าตอนอยู่ในคุก เขาคิดอะไรอยู่

มั่นใจในตัวเอง แล้วทำไปให้เต็มที่ โดยที่ถูกคนอื่นประณาม โดนดูถูกเหยียดหยามเหรอครับ

ทำเพื่อตัวเองก็ไม่ใช่ ทำไปก็ไม่ได้รวยขึ้น แถมถูกเข้าใจผิดอีกต่างหาก

ทำไปทำไมครับ

คิดไปคิดมา ผมก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว

รู้สึกตัวอีกที ผมก็อยู่ในคุกแล้ว

“มาซักทีนะ” ชายแก่หรือไม่แก่ไม่รู้ ท่าทางมอมแมมหนวดเคราะรุงรังที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องขัง เอ่ยปากทักผม

“ใครอ่ะ แล้วที่นี่ที่ไหนวะ แล้วกูมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะเนี่ย” ผมโวยวาย

“อย่าพูดมาก เวลามีน้อย เอ็งอยากรู้อะไรก็ถามมา” ชายแก่พูดและจ้องผมเขม็ง

“ลุงเป็นใครครับ”

“ข้าก็คือกาลิเลโอที่เอ็งบ่นถึงไง อย่าร่ำไร มีอะไรก็ถามมา”

“กาลิเลโอ….กาลิเลโอแม่งพูดภาษาไทยได้ไงวะ ลุงมั่วแล้วเนี่ย แล้วตอนนี….”

ก่อนที่ผมจะพูดอะไรแกก็ชิงเล่าให้ฟังหมดเลย แม่งเอ้ย ตัวจริงเสียงจริงเลยครับ

“แหะๆ” ผมยิ้มอายๆ “ขอลายเซ็นต์หน่อยครับ”

“แบงค์ เอ็งอยากรู้ใช่มั้ยว่าข้าคิดอะไรตอนที่ข้าประกาศว่าโลกกลม” แกท่าทางจริงจังผมเลยไม่กล้าพูดเล่นอีก

“ครับ ท่านรู้สึกยังไงเวลาที่พูดในสิ่งที่ถูก พูดในสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต แต่คนมันไม่เข้าใจ แถมด่าท่านอีกต่างหาก ท่านไม่โกรธเหรอ ไม่ท้อเหรอ ไม่เซ็งบ้างเหรอ” ผมใส่เป็นชุด

“เซ็งสิวะ” แกพูดหน้าตาเฉย “ใครมั่งไม่เซ็ง”

“แต่เอ็งต้องเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา โคลัมบัสเคยเล่าให้ข้าฟังว่า ตอนมันไปบอกคนอื่นว่าจะไปอินเดียมันก็โดนด่าเหมือนกัน อีสปเองด้วยความที่ฉลาดเกินไป มองอะไรล้ำหน้าคนอื่นไปมากก็เลยทำให้คนที่ไม่เข้าใจมารุมกระทืบ แม้แต่พระพุทธเจ้าของเอ็งตอนประกาศศาสนาก็ยังโดนพวกพราหมณ์ฮินดูเกลียดมิใช่หรือ”

“การถูกเข้าใจผิดมันเป็นเรื่องธรรมดา โลกใบนี้มันเป็นโลกของคนที่พร้อมจะเข้าใจผิดอยู่แล้ว แต่คนอ่อนแอมักจะท้อแท้ มักจะบ่น เหมือนที่เอ็งบ่นนี่แหละ คนที่เข้มแข็งจะไม่บ่น แต่จะรอคอยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในสิ่งที่ตัวเองพูดอย่างมั่นใจ ”

“แทนที่เอ็งจะมานั่งโวยวายว่าไม่มีใครเข้าใจเอ็ง เอ็งได้เข้าใจตัวเองให้ถูกหรือยัง คนเข้มแข็งต้องเข้าใจตัวเองให้ถูกและอยู่เหนือความเข้าใจผิดของคนอื่น……เข้าใจหรือยัง ”

ผมนิ่งเงียบ

“จงทำในสิ่งที่เอ็งเชื่อต่อไป อย่าให้สังคมมาเปลี่ยนแนวคิด ความเชื่อและปณิธานของเอ็ง”

ผมสูดหายใจแรง กาลิเลโอแม่งพูดแทงใจผมจี๊ด ฉับพลันผมก็รู้สึกเหมือนมีคนมาข้างหลัง

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส!!!

“เรือที่อยู่ฝั่งไม่เคยเจอคลื่นลม การที่เอ็งเจอคลื่นลมแปลว่าเอ็งกล้าแล่นเรืออกมากลางทะเลแล้ว”

โคลัมบัสตบบ่าผม “มาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยเข้าฝั่งหรือจะไปต่อ”

หันกลับไปมองข้างหลัง โอ้โห คนดังเต็มไปหมด ยอร์จ วอชิงตัน, เช กูวาร่า, โรเบริต อีลี่, ปรีดี พนมยงค์…….ฯลฯ

“จงกลับไปพร้อมกับความภาคภูมิใจ สหายน้อย เหล่าวีรบุรุษทั้งหลายรอชื่นชมฝีมือเอ็งอยู่”

พูดจบกาลิเลโอก็ถีบผมอย่างแรง ผมรู้สึกเหมือนตกเหวลึก มันวูบๆยังไงไม่รู้

“เฮ้ย ไอ้แบงค์ ไปกินข้าวป่าว”

เสียงพี่อาร์มปลุกให้ผมตื่นขึ้น อะไรวะ นี่ผมฝันไปเหรอเนี่ย

“เป็นไรวะ เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ” พี่อาร์มถาม

“อืมม ผมพึ่งออกจากคุก”

พี่อาร์มขมวดคิ้วย่น มองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ

“อะไรนะ”

ผมเอาแต่ยิ้ม และไม่ได้พูดอะไร

ยิ้มอย่างเดียวจริงๆ

Advertisements

One Response to คิดถึงกาลิเลโอ

  1. Madsatan_Nui พูดว่า:

    เออ สนุกบวกกับได้คิดอะไร เพิ่มเติมดีหวะ ชอบๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: